Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

วิจารณ์หนัง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3



ผู้กำกับภาพยนตร์: Kyle Balda, Pierre Coffin (พวกเขากำกับร่วมกันครั้งแรกใน Minions แต่เฮีย Pierre Coffin เคยกำกับ Despicable Me มาแล้วทั้ง 3 ภาค)

    Despicable Me 3 หรือ มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นภาคต่อที่ว่าด้วยเรื่องของ กรู อดีตวายร้ายที่ปัจจุบันทำงานให้กับองค์กรสายลับระดับโลก แต่แล้วภารกิจล่าสุดเขากลับทำพลาด ปล่อยให้จอมวายร้ายอย่าง บัลทาซาร์ แบรท หนีไปได้ นั่นส่งผลให้กรูโดนไล่ออกจากงานทันที ในระหว่างนั้นเองเขาก็ได้ค้นพบว่าจริงๆแล้วตนมีน้องชายฝาแฝด เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา ก่อนจะพบว่าความแสบสันทุกอย่างมันอยู่ในสายเลือดแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ

    การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เรียกได้เต็มปากว่าจับฉ่ายเลยครับ มีหลายฉากที่อยากจะใส่แล้วก็ใส่ลงมา มีอะไรอยากรังสรรค์ก็ยัดลงมาเต็มที่ แต่มันก็ชุลมุนวุ่นวายเกินไป หลายฉากหลายปัญหานึกจะแก้ได้ก็แก้ได้ นึกจะจบก็จบ เป็นเหมือนอาหารที่ใส่ๆทุกอย่างลงไปตามที่อยากจะใส่ เหมือนเอาของหวานเทใส่ของคาวในทันทีแบบไม่ผสมอะไรให้เหมาะเจาะแล้วก็แถ่นแท้น!...กลายเป็นเมนูอะไรก็ไม่รู้ แน่นอนล่ะว่าต้องยอมรับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ แต่การจับมันมารวมกันให้กลมกล่อมเนี่ยยังไม่ค่อยจะผ่านเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีโมเมนท์น่าจดจำ เอะอะก็เปลี่ยนฉาก เอะอะก็เปลี่ยนฉาก ดำเนินเรื่องเร่งรีบไปหน่อย

    ส่วนด้านตัวละครนี่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความแสบตามชื่อเรื่องตามพื้นฐาน เราจะได้เห็นตัวละครแบ่งฝั่งแยกไปป่วนหลายที่เต็มไปหมด เราจะได้เห็นเหล่ามินเนี่ยนออกไปป่วนอีกแล้ว เราจะได้เห็นเด็กๆมีชีวิตของตัวเอง(แบบป่วนๆ) เราจะได้เห็นเหตุการณ์ฝั่งผู้ใหญ่ที่แม้นิสัยจะแสบสันแต่ก็มีเรื่องหนักใจต้องตัดสินใจอยู่ ส่วนถ้าใครติดใจภาพยนตร์ชุดนี้เพราะ ดร.เนฟาริโอ (Dr.Nefario) ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าคุณผิดหวังแน่นอน เพราะป๋าแกไม่มีตัวตนในภาคนี้เลย มาเป็นน้ำจิ้มให้หายคิดถึงก็เท่านั้น


ดร.เนฟาริโอ คนสำคัญในสองภาคแรก ผู้ไม่มีตัวตนอีกต่อไปในภาคนี้
    

โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นแอนิเมชั่นจากสตูดิโอใหญ่ที่ทำออกมาได้กลางๆครับ เราจะเห็นพื้นที่โล่งๆรายละเอียดน้อยๆอยู่แทบทุกฉาก เราจะเห็นความใส่ใจที่บางทีก็อยู่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย เราจะเห็นอาวุธแปลกประหลาดบ้าง เราจะเห็นตัวละครใหม่ดีไซน์สดที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาเพื่อภาคนี้ แต่มีปัญหาคือขาดความน่าสนใจ (ตัวละครหมูที่ไม่ได้ดีไซน์ด้านภาพลักษณ์ ดีไซน์แต่เพียงการเคลื่อนไหวกลับน่าสนใจกว่า) อะไรหลายๆอย่างก็ยังคงอยู่ในจุดปลอดภัย (Safe Zone) ไม่หวือหวาเช่นเคย ซึ่งสำหรับผมแล้วไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะ Despicable Me (ทุกภาค) เป็นเหมือนภาพยนตร์ที่ทำออกมาเก็บรายได้เข้ากระเป๋าอย่างเดียว เพื่อนำเงินนั้นไปใช้พัฒนาแอนิเมชั่นเรื่องอื่นของสตูดิโอแทน อย่างที่เราเห็นงานใหญ่ๆอลังการมาแล้วจากแอนิเมชั่นเรื่อง Secret Life of Pets และ Sing

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Despicable Me 3 จึงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำออกมาได้ดีทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านโปรดัคชั่นนั้นก็ถือว่ากลางๆ ดูจะไม่ได้ดีไซน์อะไรใหม่ให้หวือหวาน่าสนใจสักเท่าไหร่ ขณะที่ด้านเนื้อเรื่องเองนั้นค่อนข้างจับฉ่ายไปหน่อย มีเรื่องราวหลายฝั่ง หลายส่วน หลายคน มาปะปนผสมแบบไม่กลมกล่อมจนเกินไป ขาดโมเมนท์น่าจดจำ ใครเป็นแฟนๆแอนิเมชั่น อยากได้ความเพลิดเพลินเรื่อยๆไม่คิดมาก ชอบซีรีส์นี้อยู่แล้ว ชอบเด็กน้อยและเจ้าตัวเหลืองบานาน่า ก็เชิญเลย เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีแน่นอน แต่ถ้าใครต้องการแอนิเมชั่นเนื้อหากลมกล่อมแบบพิกซาร์ แบบ Zootopia แบบอลังการ ชอบ ดร.เนฟาริโอ เรื่องนี้ไม่ใช่ทางแน่นอนครับ

Review by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3

วิจารณ์หนัง Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3

Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 ฮะ.. ว่ายังไงนะ? กรูมีฝาแฝด!?

Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3

Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3

Despicable Me 3 มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 3 หลังจากปล่อยตัวอย่างแรกที่ไม่ค่อยจะเผยให้เห็นอะไรมากมายนอกจากกรูที่พ่ายแพ้ให้กับวายร้ายคนใหม่

กลับขึ้นด้านบน