Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

วิจารณ์หนัง Alien Covenant


Alien : Covenant ภาคต่อของจุดเริ่มต้น ที่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดเริ่มต้นอีกที

ผู้กำกับภาพยนตร์ : Ridley Scott (Alien ภาคแรกเมื่อปี 1979, Gladiator, Prometheus) ก่อนจะทำการพินิจพิเคราะห์อะไรผมอยากให้แฟนๆที่สนใจภาพยนตร์ลองชมคลิปบอกเล่าเนื้อเรื่องก่อนหน้าภาคนี้(ซึ่งไม่ได้อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Prometheus ด้วย) มีให้ดู 2 คลิปครับผม

คลิปที่ 1 บอกเล่าเรื่องราวต่อจากภาค Prometheus (10 ปีก่อนหน้าภาค Covenant )

คลิปที่ 2 บอกเล่าเรื่องราวของลูกเรือ Covenant ก่อนหน้าจะเจอเรื่องเลวร้ายในภาคนี้

Alien: Covenant จะบอกเล่าเรื่องราว 10 ปีผ่านไปจากภาพยนตร์เรื่อง Prometheus (2012) ซึ่งเน้นไปที่ลูกเรือของยานสร้างอาณานิคมนามว่า Covenant ที่มีภารกิจออกเดินทางสร้างโลกใหม่ขึ้นมา การเดินทางครั้งนี้มีดาวเคราะห์ที่เป็นเป้าหมายแต่แรกแล้ว แต่เมื่อเดินทางไปเรื่อยกลับค้นพบว่ามีดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มีสภาพดูดีมาก เหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์ และอยู่ใกล้กว่าดาวเคราะห์ที่เป็นเป้าหมาย พวกเขาจึงตัดสินใจลงไปตรวจดูเผื่อว่าจะสามารถสร้างอาณานิคมที่นั่นได้จริงๆ ก่อนจะพบว่าทุกคนไม่ควรมาที่นี่เลย!

    การเล่าเรื่อง สำหรับเรื่องนี้จะเน้นการปูพื้นเรื่องอย่างยาวนานมาก แล้วค่อยๆไต่ระดับความระทึกไปจากเนิบนาบมากๆแล้วค่อยลุ้นถี่ๆเรื่อยๆ แต่จะไม่ได้มีเนื้อหาลึกลับมากมายเหมือนภาคที่แล้วอย่าง Prometheus ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดูสยอง มีความ Jumpscare คอยตุ้งแช่อยู่เรื่อยๆ เป็นหนังที่ดูสนุกอยู่ แม้โดยพื้นฐานแล้วด้านการนำเสนอจะไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ในซีรีส์นี้ก็ตาม

    โปรดัคชั่น โดยรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่ามีมาตรฐานในการสร้างที่ดีมากครับ เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่รู้ตัวว่าฉากไหนควรจะสร้างขึ้นมาจริงๆ ไปถ่ายทำกันจริงๆ หรือว่าฉากไหนควรจะใช้ CG ทำ(แต่ต้องเนียน) อุปกรณ์ต่างๆ ยาน เครื่องยนต์ ต่างมีฟังค์ชั่นที่ใช้งานได้จริง ทั้งที่แบบมีผลโดยตรงกับเนื้อเรื่อง กับแบบที่ทำมาเพื่อเสริมบรรยากาศ เสื้อผ้าหน้าผมก็ออกแบบใหม่ได้ทันสมัย ดูดีมีสไตล์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายความเป็นภาพยนตร์ในจักรวาลเอเลี่ยน ใส่ใจรายละเอียดกันแบบสุดๆ สมกับเป็นโปรดัคชั่นของ ริดลีย์ สก็อตต์ จริงๆ

    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Alien : Covenant จึงเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่ทำออกมาได้เรื่อยๆ เน้นปูเรื่องยืดยาวมากเป็นชั่วโมง หลังจากนั้นก็กลายร่างเป็นภาพยนตร์ไซไฟสยองขวัญที่ไม่ต่างจากภาคก่อนๆ อะไรหลายๆอย่างไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่ แต่ก็ใส่ใจในเรื่องโปรดัคชั่น เรื่อง CG เป็นอย่างมาก แฟนๆหนังเอเลี่ยนที่ชื่นชอบความคลาสสิค ไม่รีบร้อนในการเล่าเรื่อง เน้นค่อยๆไต่ระดับความหลอน ไม่ควรพลาด แต่ถ้าหวังว่าจะเจออะไรปึงปังตึงตังตกใจตลอดเวลาเหมือนหนังสมัยนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่นะจ๊ะ

    ปล.(1) นอกจาก 2 คลิปด้านบนแล้ว หากต้องการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เต็มอรรถรส ควรหาดู Prometheus (2012) ก่อนมาชมเรื่องนี้ก็ดีนะจ๊ะ
    ปล.(2) ตามธรรมเนียมภาพยนตร์ Alien เรื่องนี้ 18+ เหมือนเดิมนะจ๊ะ เลือดทั้งนั้น เลือดดดดด



วิจารณ์หนังAlien : Covenant Review by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง Birth of the Dragon บรูซ ลี มังกรผงาดโลก

วิจารณ์หนัง Birth of the Dragon บรูซ ลี มังกรผงาดโลก

ผู้กำกับภาพยนตร์: George Nolfi (Adjustment Bureau)    Birth of the Dragon บรูซ ลี มังกรผงาดโลก เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าฝั่งฮอลลีวูดที่เล่าเรื่องของชีวิต บรูซ ลี ในช่วง 9 ปีก่อนจะมีภาพยนตร์เรื่อง Enter the Dragon ในช่วงที่ชีวิตเขาพยายามสร้างชื่อเสียงให้กังฟูของตัวเองด้วยการสอนวิชาคนอเมริกา และสร้างภาพยนตร์ ชีวิตกำลังไปได้ดี แต่จู่ๆพระอาจารย์ยอดฝีมือจากวัดเส้าหลินอย่าง หว่อง แจ็คแมน ก็เดินมาถึงเมืองที่เขาอยู่อย่าง ซาน ฟรานซิสโก นั่นทำให้ บรูซ ลี วิตกกังวลเป็นอย่างมากว่าพระอาจารย์อาจจะเป็นคนที่มาท้าประลองกับเขา ทำเขาพ่ายแพ้ และจะทำให้สิ่งที่เขาสร้างมาล่มสลายไป    จริงๆแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการต่อสู้กันลับๆที่ผลแพ้ชนะยังไม่มีใครล่วงรู้ระหว่าง บรูซ ลี และ หว่อง แจ็คแมน เท่านั้น แน่นอนว่าส่วนเนื้อเรื่องที่เหลือ ตัวละครที่เหลือเป็นเรื่องที่แต่งเสริมขึ้นมา ซึ่งส่วนตัวมันก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าเกิดภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องได้ดี ได้ถึงใจ และน่าเชื่อถือ แต่เอาเข้าจริงโดยภาพรวมแล้วในด้านเนื้อเรื่องและบทภาพยนตร์สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าพังพินาศเอาการ เพราะปัญหาแรกของภาพยนตร์เลยคือการพยายามโปรโมทและชูโรงว่า บรูซ ลี จะเป็นตัวเอก จะได้เป็นตัวเด่นในเรื่อง เพื่อให้เราได้รับรู้ถึงชีวิตของเขาก่อนจะเป็นมังกรผงาดโลกที่แท้จริง ก่อนจะโด่งดังมากๆในฮอลลีวูด แต่กลายเป็นว่าเอาเข้าจริงภาพยนตร์ก็ดันเน้นการเล่าเรื่องแบบผิดจุด ดันมาเน้นที่ลูกศิษย์ของทั้ง บรูซ ลี และ หว่อง แจ็คแมน ที่น่าจะเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมเนื้อเรื่อง เป็นตัวละครที่รู้สึกงงๆว่าควรจะนับถืออาจารย์คนไหนดี และยิ่งไปกว่านั้นตัวละครที่เด่นรองลงมาก็ดันเป็น หว่อง แจ็คแมน อีกที่ดูจะมีปมปัญหาส่วนตัวพอสมควร ก็เลยทำให้ผมงงๆว่าตกลงเรากำลังมาดูชีวิตใครกันแน่ ซึ่งการเน้นไม่ถูกจุดแบบนี้พอถึงเวลาพีคของเรื่องมันก็ยิ่งทำให้เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับการสูญเสียหรือประสบความสำเร็จของ บรูซ ลี ในเรื่องเลย    และถ้าหากมองไปโดยภาพรวมอารมณ์เรื่องแล้วเรื่องนี้ก็ดูจะเน้นผิดจุดไปที่ส่วนของความดราม่าชีวิตอีก คือเน้นมากๆจนน่าเบื่อ และเน้นแบบไม่เข้าถึงอารมณ์ด้วย เวลาใช้ไปชั่วโมงกว่าๆกับการคุยกันและเดินไปเดินมา จนไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นได้เต็มปาก เพราะฉากแอ็คชั่นช่างมีน้อยเหลือน้อย ยังพอดีหน่อยที่นักแสดงนำ 2 ท่านที่รับบทเป็น บรูซ ลี และ หว่อง แจ็คแมน นั้นมีฝีมือแอ็คชั่นที่ดูดี รวดเร็ว ทรงพลัง และสวยงามมาก ทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งดูสมจริงอย่างพองามและดูดีทีเดียว การจัดเต็มแต่ละครั้งถือว่ามันส์สุดๆ แต่ข้อดีส่วนนี้ก็น้อยเหลือเกิน ฉากแอ็คชั่นมีน้อยมากๆ น้อยจนไม่สามารถเพิ่มความสนุกให้กับเรื่องขึ้นมาได้ เซียหยู (Yu Xia)  และ ฟิลลิป อึ้ง (Philip Ng) สองนักแสดงที่พอจะแบกเรื่องไว้ได้ด้วยฝีมือแอ็คชั่นของตนเอง น่าเสียดายที่พวกเขามีโอกาสได้โชว์ลวดลายเพลงมวยในเรื่องนี้น้อยไปหน่อย    โปรดัคชั่นโดยรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ดูจะไม่มีอะไรโดดเด่นมากมายเลย ทุกอย่างอยู่ในเซฟโซนระดับกลางๆ พาเราไปเที่ยวชมความสวยงามของเมือง ซาน ฟรานซิสโก ในสมัยก่อนได้บางครั้งบางคราว แต่ส่วนมากก็จะเน้นจุดไปที่ห้องหับเล็กๆมากกว่าโชว์บรรยากาศโดยรวม จะมีเพียงสิ่งที่โดดเด่นอยู่นิดหน่อยก็คือการถ่ายภาพที่แม้ในฉากปกติจะไม่ได้โดดเด่นสวยงาม แต่พอถึงฉากแอ็คชั่นแล้วก็นำพาความหวือหวาเข้าเสริมให้เรื่องได้พอสมควร มีการเปลี่ยนเทคนิดภาพที่ใช้หลากหลายสไตล์อยู่ น่าสนใจดีมิใช่น้อย    สรุปโดยภาพรวมแล้ว Birth of the Dragon บรูซ ลี มังกรผงาดโลก จึงเป็นภาพยนตร์ดราม่าแอ็คชั่นที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังมากๆด้วยการเน้นตัวละครผิดคน ไม่ได้เน้นชีวิตของ บรูซ ลี อย่างแท้จริง แถมยังพาเราไปเจอกับการคุยกันดราม่าเดินไปมากกว่าชั่วโมงก่อนจะมีฉากแอ็คชั่นกันสักครั้ง ซึ่งในด้านความแอ็คชั่นก็ถือว่าสวยงาม รวดเร็ว และทรงพลังดี ซึ่งน่าจะต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กำกับคิวบู๊และนักแสดงนำทั้งสองท่าน ขณะที่งานโปรดัคชั่นเองก็มาตรฐานกลางๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมาย ใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นที่ดันเน้นดราม่าคุยกันและการใช้ชีวิตเป็นหลักแนะนำเลย แต่ถ้าใครมาเพื่อจะชมเรื่องราวชีวิตของ บรูซ ลี เรื่องนี้ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณนะจ๊ะReview by Bombo Aruzo

วิจารณ์หนัง Baby Driver จี้ เบบี้ ปล้น

วิจารณ์หนัง Baby Driver จี้ เบบี้ ปล้น

Baby Driver จี้ เบบี้ ปล้น เป็นภาพยนตร์อาชญากรรมมิวสิคัล+โรแมนติก ที่ว่าด้วยเรื่องของ เบบี้ ชายหนุ่มผู้มีหน้าที่คอยขับรถให้กับทีมโจรกรรมกลุ่มหนึ่งอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

วิจารณ์หนัง American Assassin อหังการ์ ทีมฆ่า

วิจารณ์หนัง American Assassin อหังการ์ ทีมฆ่า

American Assassin อหังการ์ ทีมฆ่า เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่เล่าเรื่องของชายหนุ่มนามว่า มิช แรปป์ ที่แฟนสาวถูกฆาตกรรมโดยผู้ก่อการร้ายกลางชายหาดต่อหน้าต่อตา

วิจารณ์หนัง เพื่อน..ที่ระลึก The Promise

วิจารณ์หนัง เพื่อน..ที่ระลึก The Promise

ความดราม่าเรียกน้ำตานี่ใส่เต็มกันสุดๆโดยเฉพาะกับคู่สองแม่ลูกตัวเอกของเรื่องที่ทั้งโทรมทั้งฟูมฟายกันทั้งเรื่อง

วิจารณ์หนัง IT โผล่จากนรก

วิจารณ์หนัง IT โผล่จากนรก

IT โผล่จากนรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังชื่อเดียวกันของ สตีเฟน คิง

กลับขึ้นด้านบน